ศ.ศ.ป.รุกก้าวเชิดชูผู้เปี่ยมทักษะงานศิลป์สยาม เฟ้นหาบุคคลแห่งปี ผู้อนุรักษ์ภูมิ ปัญญางาน หัตถกรรม ปี 63

Publish 2020-01-21 13:49:14


ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ศ.ศ.ป. หรือ SACICT เดินหน้าสานต่อโครงการเชิดชูผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม  ประจำปี 2563   โดยคัดสรรบุคคลที่เป็นที่สุดในการอนุรักษ์ และสร้างสรรผลงานแห่งปี  เพื่อเชิดชูเป็น“ครูศิลป์ของแผ่นดิน” “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ในการร่วมอนุรักษ์  รักษางานหัตถกรรม  ที่มีแนวโน้มใกล้สูญหายให้คงอยู่ต่อไป   พร้อมผลักดันผลงานให้ปรากฎสู่ตลาดเชิงพาณิชย์  โดยสามารถร่วมชมสุดยอดผลงานได้ภายใน“งานอัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 11” จัดขึ้นระหว่าง 30 มกราคม ถึง   2 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ฮออล์ EH 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทคบางนา



ทั้งนี้  นางสาวแสงระวี  สิงหวิบูลย์   รองผู้อำนวยการ   รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ    กล่าวว่า  ศ.ศ.ป. หรือ SACICT ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าในตัวบุคคลผู้อนุรักษ์ และการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยมาอย่างยาวนาน  ด้วยความอุตสาหะ รักษาคุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิมในศาสตร์และศิลป์เชิงช่าง ด้วยความหวงแหนในสมบัติของบรรพบุรุษ   ขณะที่งานหัตถกรรมบางประเภทก็มีแนวโน้มที่จะสูญหายไปจากวิถีชีวิตและสังคมไทยในปัจจุบัน   หรือบางประเภทก็นับวันเหลือผู้ที่สนใจสืบสานงานฝีมือเชิงช่างน้อยลงไปทุกที  

แสงระวี  สิงหวิบูลย์


ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ   จึงให้ความสำคัญกับการที่จะอนุรักษ์  รักษาคุณค่าภูมิปัญญา  ทักษะฝีมือและองค์ความรู้เชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคลที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติอันมีค่าที่สุดเหล่านี้  ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา  และส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน  คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่า   เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยกันอนุรักษ์ รักษา สืบสานต่อ



ในขณะเดียวกัน  ได้มีการวางแผนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผสมผสานด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดสู่ความร่วมสมัยและสมัยนิยม  อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการตลาดในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้และด้วยความสำคัญนี้  SACICT   จึงมีการดำเนินกิจกรรมคัดสรร และเชิดชูบุคคลที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เป็น “ครูศิลป์ของแผ่นดิน”  “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ประจำปี   และมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง  

 

 


โดยการพิจารณาคัดสรรบุคคลเพื่อที่จะเชิดชูเป็น ...“ครูศิลป์ของแผ่นดิน” “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ประจำปี 2563 นี้  จะยังคงให้ความสำคัญกับกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่ถือเป็นสุดยอดฝีมือ  ด้วยการพิจารณาจากคณะกรรมการที่มีการแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ที่มีความรู้  ความเชี่ยวชาญในงานศิลปหัตถกรรมหลากหลายแขนง  ซึ่งได้ร่วมพิจารณาคัดสรรบุคคลผู้ถือเป็นที่สุดแห่งทักษะฝีมือ

 

สำหรับในปี 2563 การพิจารณาของคณะกรรมการที่สำคัญเป็นพิเศษอีกประการหนึ่งที่นอกเหนือจากการพิจารณาจากบุคคลผู้มีทักษะฝีมือ และผู้ที่เปี่ยมด้วยองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่สะท้อนผ่านผลงานอันทรงคุณค่า งดงาม น่าประทับใจ ที่เป็นที่สุดของงานแขนงนั้นๆ จริงๆ แล้ว ยังพิจารณาถึงการเป็นผู้ทำงานศิลปหัตถกรรมในประเภทที่มีแนวโน้มขาดแคลนหรือมีแนวโน้มสูญหาย หรือเหลือผู้ทำน้อยรายด้วย

 


นอกจากนี้  นางสาวแสงระวี   กล่าวเพิ่มเติมว่า  ผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงในวันนี้  บุคคลที่ SACICT เชิดชูเป็น ...“ครูศิลป์ของแผ่นดิน” ,  “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” มีจำนวนกว่า 300 คน และผู้ที่ได้รับการเชิดชูทุกท่านเหล่านี้  จะได้รับโอกาสการส่งเสริม สนับสนุนในกิจกรรมที่จัดโดย SACICT  ตามช่องทางและโอกาสที่เหมาะสม  โดยในวันนี้ มีครู และทายาท หลายๆ ท่าน ที่มีผลงาน  พัฒนาการก้าวหน้า  ทั้งความร่วมสมัย และทันสมัยขึ้นอย่างมาก   หลายๆ ท่านมีการผลิตผลงานจนไม่ทัน  ต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการผลงานฝีมือของครูท่านนั้นๆ แต่หลายๆ  ท่านก็พร้อมและยินยอมที่จะรอด้วยเพราะต้องการผลงานด้วยฝีมือ “ครู”  นั่นเอง

 

 

ในงานดังกล่าวท่านจะได้พบกับสุดยอดผลงาน   พร้อมกับสุดยอดฝีมือของบุคคลที่ได้รับการเชิดชูเป็น .... “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ประจำปี 2563    ภายในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 11    ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ 2563  เวลา 10.00- 20.00 น. ฮอลล์ ณ EH 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา  

 

และที่สำคัญ งาน  “อัตลักษณ์แห่งสยาม”  เป็นงานที่ SACICT  กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  ถือเป็นงานที่มีคุณค่าสมคำว่า อัตลักษณ์แห่งสยาม เพราะเป็นงานที่แสดงตัวตน และผลงานของบุคคล ชั้น “ครู” เป็นพื้นที่สำหรับครู และทายาทครู ที่ SACICT  ได้เชิดชูทุกคนจากทั่วประเทศ ให้ได้มาแสดงศักยภาพในผลงาน และฝีมือเป็นการเฉพาะ และถือเป็นงานที่จำหน่ายผลงานหัตถกรรมที่ใหญ่ที่สุด   หรือสนใจติดตามได้ที่   www.sacict.or.th และ https://www.facebook.com/sacict/”