ศาลตัดสินให้ สยามสปอร์ต ชดใช้ค่าเสียหายให้ทรูรวม 300 ล้านบาท

Publish 2019-08-23 14:09:25


เพจเฟซบุ๊ก #1morenews  ได้โพสต์รายงานข่าวว่า

วงการลูกหนังเมืองไทย มีการแบ่งขั้วออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ 

กลุ่มแรกคือ “ขั้วอำนาจใหม่” ที่ชนะเลือกการตั้งเข้ามาบริหารสมาคมในยุคปัจจุบัน ซึ่งมี “บิ๊กอ๊อดพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นั่งเป็นประมุขลูกหนังเมืองไทย 

ขณะที่อีกกลุ่มหรือ “ขั้วอำนาจเก่า” คือกลุ่มของ “บังยีวรวีร์ มะกูดี อดีตประมุขลูกหนังไทย คนที่ 16 ซึ่งมีสื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของเมืองไทยสนับสนุน     

ตลอดระยะเวลา 3 ปีในการเข้ามาบริหารงานของ “ขั้วอำนาจใหม่” ได้มีการต่อสู้กันมาตลอด 

หนึ่งในนั้นคือ “การฟ้องร้องในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง” ซึ่งคดีนี้มีมูลค่าของการเรียกร้องความเสียหายสูงถึง 1,400 ล้านบาท เลยทีเดียว

คอบอลส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ติดตาม หรือไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้เท่ากับเรื่องของผลการแข่งขันในสนาม วันนี้ “1morenews” จะขอย้อนสงครามนอกสังเวียนแข้ง ก่อนถึงวันพิพากษา 21 พฤษภาคมนี้  

คลิป 2


 

เริ่มจาก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด ( มหาชน ) ได้ยื่นฟ้อง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และสภากรรมการของสมาคมฯ ในคดีแพ่งต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง หมายเลขคดีดำที่ ทป79/2560 ด้วยข้อหาหรือฐานความผิด ฐานผิดสัญญาและเรียกค่าเสียหาย จำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท 

จากนั้น วันที่ 19 ตุลาคม 2561 “บิ๊กอ๊อด” ตั้งโต๊ะเปิดแถลงข่าวชี้แจงเหตุที่ยกเลิกสัญญา ว่า “สมาคมฯ พิจารณาเห็นว่าสัญญาที่สมาคมฯ มีต่อ หรือ มีกับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับสมาคมฯ” 

“เพราะตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นกำหนดระยะเวลา 5 ปี โดยสัญญานั้นกำหนดค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ให้กับสมาคมฯ ร้อยละ 5 จากรายได้สิทธิประโยชน์ทั้งหมด และทางบริษัท สยามสปอร์ต ไม่ได้จ่ายเงินค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ต่อสมาคมฯ คือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญา”

“ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด ( มหาชน) ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์แล้ว จำนวน 240 ล้านบาท แต่กลับไม่ยอมส่งมอบเงินนั้นให้สมาคม ทำให้สมาคมขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างมาก และสภากรรมการสมาคมฯ พิจารณาแล้ว จึงมีมติบอกเลิกสัญญากับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 7 มีนาคม 2559”

 

 

"อีกกรณีคือเมื่อบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท ฟ้องต่อศาลนั้น กลับนำสัญญาแต่งตั้งผู้บริหารสิทธิประโยชน์ ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งมีอัตราค่าตอบแทนร้อยละ 50 มาฟ้องสมาคมฯ และเรียกค่าเสียหาย 1,400 ล้านบาท” 

“จะเห็นว่าสัญญามีสองสัญญา สัญญาหนึ่ง บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จะต้องจ่าย 5 เปอร์เซ็นต์ แต่อีกสัญญาจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ตั้งแต่ปี 2556 ไม่มีหลักฐานทางบัญชีปรากฏ หรือไม่มีหลักฐานใดๆ ปรากฏว่า บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท ได้มอบเงินค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขตามสัญญาให้กับสมาคมฯ จึงเป็นเหตุที่สมาคมฯ บอกเลิกสัญญากับบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท"

"แต่เมื่อบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท ฟ้องเรียกค่าเสียหายกับสมาคมฯ ในการบอกเลิกสัญญา สมาคมฯ ต่อสู้ในประเด็นที่ว่า บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท ไม่ได้จ่ายเงินค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ ตามเงื่อนไขของสมาคมฯ แต่อย่างใด เป็นระยะเวลา 5 ปี”



 

 

 

จากวันนั้นถึงวันนี้ ได้มีการสืบพยานไปทั้งหมดจำนวน 9 ปาก 


โดย ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม 2562  ก่อนจะขอเลื่อนอ่านมาเป็นวันนี้ 23 ส.ค.ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง”  อาคาร A ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เวลา 12.30 น.  

ผลสรุปศาลตัดสินให้สมาคมฯ จ่ายค่าเสียหาย บ.สยามสปอร์ต ฯ จำนวน50 ล้านบาท

ให้สยามสปอร์ต จ่ายให้ทรู พร้อมดอกเบี้ยรวม300 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-"บอล ภราดร" อวดภาพ "น้องเชอรีน" นางฟ้าตัวน้อยวัย 2 ขวบ กับการสอนลูกให้เป็นนักกีฬา(คลิป)
-สมาคมฯฟุตบอล ประกาศแต่งตั้ง อากิระ นิชิโนะ เป็นโค้ชทัพช้างศึกทั้ง ชุดใหญ่ - ยู23 อย่างเป็นทางการ
-"เมสซี่" ปะทะ "ซาลาห์" โชว์เตะฟุตบอลในโฆษณาน้ำอัดลมยี่ห้อดัง งานนี้ใครจะแน่กว่ากัน (คลิป)