8 วิธีลดการทานเค็ม ลดโซเดียมในร่างกาย ป้องกันโรคไต ความดันสูง

Publish 2019-03-06 16:21:20


เอาจริงๆไม่มีใครคงไม่เคยได้ยินคำว่าอย่าทานเค็ม เดี๋ยวเป็นโรคไต คำนี้ไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะการทานเกลือ น้ำปลา และเครื่องปรุงรสต่างๆ มากๆ ทำให้ไตทำงานหนัก จนเป็นสาเหตุของโรคไตอันสุดแสนจะทรมานมากได้ เพราะใครที่เคยเห็นคนฟอกไตน่าจะพอเข้าใจถึงความลำบากของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี  นอกจากโรคไตแล้ว คนที่มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจแล้ว เราก็ควรควบคุมการทานโซเดียมในแต่ละวันด้วย



กระทรวงสาธารณสุข แนะนำ 8 วิธีง่ายๆ ในการลดปริมาณเกลือที่บริโภคในแต่ละวัน เอาไว้ดังนี้

1. ชิมก่อนปรุงทุกครั้ง เพราะก่อนก่อนทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา ก๋วยจั๊บ สุกี้ และอื่นๆ ควรลองชิมก่อนที่จะเริ่มลงมือปรุงทุกครั้ง เพราะบางครั้งบางร้านจะปรุงรสมาให้อยู่แล้ว หากเผลอเติมเครื่องปรุงไปอีก นอกจากรสชาติจะเค็ม หรือรสจัดเกินไปจนไม่อร่อยแล้ว ยังเป็นการสร้างนิสัยในการทานรสจัดให้ตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว

 
2. ไม่ควรมีขวดน้ำปลา ซีอิ้ว ซอส เกลือ บนโต๊ะอาหาร เอาจริงๆเราต้องพยายามลดการเติมเครื่องปรุงเพิ่มให้ได้มากที่สุด ใครที่ชอบเหลือบไปเห็นเครื่องปรุงมากมายบนโต๊ะอาหารแล้วอดที่จะเอื้อมมือไปหยิบไม่ได้ ให้เลือกโต๊ะที่ไม่มีเครื่องปรุงเลยดีกว่าหรือไม่ก็ยกเครื่องปรุงออกไปจากโต๊ะไป 

 

3. ลดการกินอาหารแปรรูป ส่วนใหญ่แล้วอาหารแปรรูปมักจำเป็นที่จะต้องปรุงรส หรือใส่เกลือเข้าไปจำนวนมาก เพื่อรักษาให้อาหารเหล่านั้งคงทนอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นการถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง แต่เราไม่ควรทานอาหารเหล่านี้มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก เบคอน  ผักผลไม้ดอง ปลาเค็ม ไข่เค็ม และเต้าหู้ยี้ เป็นต้น

 
4. ลดการกินอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูปก็เต็มไปด้วยเครื่องปรุงที่มีรสเค็มจัด มีผงชูรสอีกด้วย ดังนั้นใครที่ชอบทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง โจ๊กกระป๋อง และอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ อาจเสี่ยงได้รับโซเดียมมากเกินไป แต่หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องทาน ขอให้ลดปริมาณในการใส่เครื่องปรุงให้น้อยที่สุด เพื่อรสความเข้มข้นของโซเดียมที่มากับเครื่องปรุงนั่นเอง

 

 



5. ลดความถี่ และปริมาณน้ำจิ้ม เนื่องจากอาหารที่มีน้ำจิ้มทั้งหลาย เช่น น้ำจิ้มลูกชิ้น น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มสุกี้ โชยุที่ทานกับปลาดิบ ซอสมะเขือเทศที่จิ้มทานกับไส้กรอก และอีกสารพัดน้ำจิ้ม มักมีส่วนผสมของโซเดียมอยู่สูงมากๆ ดังนั้นหากต้องการทานอาหารให้มีรสชาติ ขอให้ลดการทานน้ำจิ้มลง ทานแค่พอแค่ให้รู้รสชาติก็พอ

 
6. หลีกเลี่ยงอาหารจานด่วน ถือเป็นหนึ่งในประเภทอาหารที่มีการปรุงรสค่อนข้างจัด เพราะเป็นการทำเตรียมเอาไว้ในปริมาณมาก และส่วนประกอบบางอย่างมีการปรุงเพื่อใช้เก็บเอาไว้ได้นานหลายวัน เช่น เนื้อในเบอร์เกอร์ที่มีการทำแล้วแช่แข็งเอาไว้ ก่อนนำมาอุ่นให้ทาน ซึ่งอาหารเหล่านี้มีความจำเป็นต้องใช้โซเดียมสูงในการเก็บรักษาให้ยาวนานดังนั้นถ้าหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ได้ก็ควรหลีกเลี่ยงหรือทานในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น หรือจำเป็นก็พอ

 

7. ลดการกินขนมกรุบกรอบ เนื่องจากขนมกรุงกรอบก็เต็มไปด้วยเครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูงมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเกลือธรรมดา เครื่องปรุงรสต่างๆ ที่โรยเพิ่มลงไปในขนม ทำให้มีรสชาติ และกลิ่นตามที่ต้องการ หากทานไปมากๆจะทำให้เราได้รับโซเดียมมากเกินกว่าที่ร่างกายของเราต้องการในแต่ละวัน ปริมาณโซเดียมที่เราได้รับจากอาหารก็มากพอสมควรอยู่แล้ว ดังนั้นหากทานขนมที่มีปริมาณโซเดียมสูงเข้าไปอีก 

 
8. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุปริมาณโซเดียม หากเราไม่ทราบเลยจริงๆ ว่าอาหารชนิดไหน มีปริมาณโซเดียมเท่าไร เราสามารถเช็กดูได้จากฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ระบุปริมาณของโซเดียมเอาไว้ เลือกซื้ออาหาร และขนมที่มีปริมาณโซเดียมไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และพยายามจำกัดปริมาณโซเดียมที่ตัวเองทานเข้าไปในแต่ละวันไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมหรือ 1 ช้อนชาต่อวัน 
 

อย่างไรก็ตาม แรกๆ ที่ลดการปรุงรสลงอาจจะรู้สึกว่าอาหารจืดเกินไป แต่ขอให้ทนทานรสนั้นไปก่อน เมื่อลิ้นของเราเริ่มปรับรสได้ เราจะเริ่มคุ้นชินกับรสที่เราทานบ่อยๆ จนไม่มีความจำเป็นต้องปรุงรสให้เท่าเก่าอีกเลย และสิ่งดีๆ ที่ตามมาก็คือโรคภัยไข้เจ็บไม่มารบกวนนั่นเองลองดูกันนะ

 

 

ขอบคุณ sanook.com