"เจอร์เก้น คล็อปป์" กุนซือใหญ่ "ลิเวอร์พูล" อยากให้แฟนหงส์คิดบวก ยอมรับเกมนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ (คลิป)

Publish 2019-02-05 12:52:46


กำลังเป็นที่จับตามอง สำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูลที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงในเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่หัวเรือใหญ่อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างสรรค์ผลงานของทีมได้อย่างยอดเยี่่ยม ด้วยการนำเป็นจ่าฝูง ซึ่งก่อนหน้านี้ทำคะแนนห่างอันดับสองของตารางอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่ถึง 5 คะแนน
 



แต่หลังจากที่แข่งขันพรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุด เดอะ เรด กลับสร้างเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เมื่อเปิดบ้านเสมอกับ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 และนัดล่าสุดบุกไปแบ่งแต้มกับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เช่นกัน ที่สนามลอนดอน สเตเดี้ยม


โดย ขุนค้อน ทีมอันดับ 12 ที่มีผลงานอันน่าผิดหวังหลังแพ้มา 3 เกมติดต่อกันทุกรายการ และเกมนี้ต้องมารับมือกับจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ที่เกมล่าสุดเล่นในแอนฟิลด์ทำได้แค่เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ทั้งนี้ มานูเอล เปเยกรีนี่ กุนซือของเจ้าถิ่น ยังขาดตัวหลักอย่าง มาร์โก อาร์เนาโตวิช ที่ไม่ผ่านความฟิต คู่หน้าวาง ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาริโต้ กับ มิคาอิล อันโตนิโอ โดยมี เฟลิเป้ อันแดร์สัน และโรเบิร์ต สน็อดกราสส์ เดินเกมทางริมเส้น

ด้าน หงส์แดง ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ไร้ชื่อของ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มีอาการเจ็บทำให้แดนกลางมีการปรับทัพส่ง ฟาบินโญ่ คู่กับ นาบี เกอิต้า ขณะที่ อดัม ลัลลาน่า ได้สตาร์ทตัวจริงเป็นหนแรกนับแต่ตุลาคม ปีที่แล้ว โดยจะปั้นเกมร่วมกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่  และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวซัลโวของลีกที่ยิงไปแล้ว 16 ประตู


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
    
เวสต์แฮม : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), ไรอัน เฟรเดอริคส์, อิสซ่า ดิย็อป, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, มาร์ค โนเบิล (เปโดร โอเบียง 79), เดแคลน ไรซ์, เฟลิเป้ อันแดร์สัน (อาร์ธูร์ มาซูอากู น.90+1), ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาริโต้ (แอนดี้ แคร์โรลล์ 79), มิคาอิล อันโตนิโอ


ลิเวอร์พูล : อลิสซอน เบ็คเกอร์(GK), เจมส์ มิลเนอร์, โจแอล มาติป, เวอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, อดัม ลัลลาน่า (เซอร์ดาน ชากิรี่ 69), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ดิว็อก โอริกี้ 75), ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

ครึ่งแรก 
เริ่มเกมมาได้แค่ 3 นาทีแรก เจ้าบ้านทักทายแบบได้เสียวก่อนเลย เมื่อ ชิชาริโต้ ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะอัดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาออกไปแบบได้ลุ้น


จากนั้นนาที 8 อดัม ลัลลาน่า เกือบได้ส่องให้ทีมได้ลุ้นแต่จังหวะหวดด้วยซ้ายดันขุดพื้นบอลเลยเบาไปถึง ฟาเบียนสกี้ และถัดมาไม่ถึงนาที หงส์แดง พลาดท่าหวิดเสียประตูบ้าง หลังแนวรับสกัดบอลกันไม่ดี เครสเวลล์ เติมขึ้นมาหวดแถวสองบอลพุ่งแรงเฉียดเสาสองออกไป

ต่อมาในนาทีที่ 22 สาวกหงส์แดงได้ดีใจกันสุดขีด เมื่อ อดัม ลัลลาน่า ดีดบอลให้ เจมส์ มิลเนอร์ ที่หลุดกับดักล้ำหน้าถึงเส้นหลังก่อนปาดมาเสาแรกให้ ซาดิโอ มาเน่ จับบอลก่อนม้วนยิงด้วยซ้ายหนีมือนายด่านขุนค้อนพุ่งเสียบมุมไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทีมเยือนขึ้นนำทันที 1-0


และแล้วเจ้าบ้านก็ได้เฮ เมื่อในนาที 28 "ขุนค้อน" มาตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว 1-1 เป็นจังหวะได้ลูกฟรีคิกของเวสต์แฮมก่อนที่ เฟลิเป้ อันแดร์สัน จะเล่นลูกสูตรจ่ายบอลสั้นผ่านกำแพงให้ อันโตนิโอ ที่หนีการประกบของ เกอิต้า หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเบียดโคนเสาสองเข้าไป ชนิดที่อลีสซงได้แต่ยืนมอง จนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ 
 



ครึ่งหลัง
เริ่มเกมมาได้จนถึงนาทีที่ 61 หงส์แดงหวิดได้ลุ้นขึ้นนำอีก เมื่อ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ยิงเล่นทางด้วยซ้ายบอลโค้งเข้ากรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ ฟาเบียนสกี้ ที่ยืนตำแหน่งดีและไม่หลงทาง ทำให้รับลูกนี้เข้ามือแบบสบายๆ 


ต่อมาในนาทีที่  73 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ สน็อดกาสส์ หักบอลเข้ากลางมาให้ โนเบิ้ล ได้หวดด้วยขวาแต่บอลเหินคานออกไปอย่างน่าเสียดาย 


เข้าสู่ช่วงสิบนาทีสุดท้าย นาที 81 ทีมเยือนได้ลุ้นจากจังหวะที่  โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลทะลุช่องถึง เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ไม่ล้ำหน้าได้หลุดถึงเส้นหลังก่อนจะหักเข้ากลาง แต่ดีที่ฟาเบียนสกี้ ยังอ่านเกมขาดออกมาตัดบอลไม่พลาด ถึงแม่กองทัพเรดแมชชีนจะพยายามบุก แต่ก็ไร้ผล ทำให้จบเกม มั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไป


จากผลการแข่งขันดังกล่าว ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงขึ้นนำเป็นจ่าฝูง โดยมี 62 แต้ม ห่างทีมอันดับสองของตารางอย่าง  แมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่เพียง 3 คะแนนเท่านั้น ส่วน ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่อันดับที่ 12 มี 32 แต้ม 


หลังจบเกมการแข่งขันกุนซือใหญ่ชาวเยอรมันของลิเวอร์พูลได้ออกมาพูดว่า "อย่าห่วงเรา ทุกอย่างกำลังดี ต้องคิดบวกสิ!" เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่อยากให้แฟนๆ ต้องกังวลกับทีม และบอกให้ทุกคนคิดในแง่บวก ในตำแหน่งทีลิเวอร์พูลอยู่ในตอนนี้ และตอบเรื่องความกดดัน และอาการบาดเจ็บของนักเตะ


"ผมจะไม่โอดโอยในเรื่องการบาดเจ็บ มันเป็นแค่เรื่องจริง มันไม่ใช่ข้อแก้ตัวหรือสิ่งที่ไม่สำคัญ ผมบอกได้แค่ว่าเราน่าจะเล่นได้ดีขึ้นมากกว่าในคืนนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นสถานการณ์หนึ่งและมันก็ไม่เพอร์เฟค เราเสียผู้เล่นไป 2 คน และมิลลี่กลับมาและเขาไม่ได้ฝึกซ้อมเมื่อวานนี้ เขาเดินทางมาลอนดอนด้วยตัวเองเพราะติดเชื้อ


ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องเพอร์เฟคอย่างแน่นอน สำหรับผม มันอธิบายถึงส่วนหนึ่งของเกม แต่เราไม่ได้มองที่สิ่งต่างๆเหล่านี้ ตามที่ผมได้พูดไว้การเตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้อยู่ไกลจากความเพอร์เฟค และเรายังได้หนึ่งคะแนน ก็แค่นั้นแหละ


ผมคิดว่าตั้งแต่ห้า, หก, เจ็ด, แปดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เราพูดคุยเกี่ยวกับการแข่งขันของม้าสองตัว ตอนนี้มีท็อตแนมตามมาจากข้างหลัง พวกเขามีสถานการณ์ที่ยากลำบากมากและจัดการกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม ผมต้องบอกว่า - จริงๆ ต้องยกเครดิตทั้งหมดให้กับ Poch และทีมของเขา ด้วยวิธีที่พวกเขาจัดการกับมันได้ การเก็บชนะได้มากมายทั้งๆพวกเขาที่มีปัญหาบาดเจ็บมากมายเช่นกัน มันยอดเยี่ยมมาก สำหรับผมพวกเขาอยู่ในการแข่งขันไล่ล่าแชมป์ 100 เปอร์เซ็นต์


หากคุณต้องการอยู่ที่จุดสูงสุดของตารางเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล คุณต้องรับมือได้กับสถานการณ์ที่ยากยิ่งกว่าที่เราเจอในวันนี้ นั่นคือความจริงและชัดเจนเสมอ แน่นอนว่าคุณต้องการผู้เล่นที่ฟิตและพร้อมใช้งาน  นั่นช่วยได้บ้าง! [ผู้เล่นสำรอง] ผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ในคืนนี้นอกเหนือจาก Shaq ก็จะมีนักเตะอายุ 18 ปีและ 18 ปี เด็กที่ยอดเยี่ยมและถ้าจำเป็นเราจะต้องให้พวกเขาลงเล่นในคืนนี้ แต่นั่นไม่ได้เพอร์เฟคในเวลานี้


และที่เราต้องต่อสู้มันไม่ใช่เรื่องความกดดัน  มันเกี่ยวกับการเพลิดเพลินกับสถานการณ์ที่คุณอยู่ เรามี 62 คะแนนแพ้หนึ่งเกมในลีกในฤดูกาลนี้ซึ่งเป็นแง่ที่บวกมาก แต่ผมเห็นในสีหน้าของพวกคุณแล้ว พวกคุณรู้สึกเสียใจกับพวกเราอยู่บ้าง พวกคุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เราสบายดีและทุกอย่างก็ดี แต่แน่นอนว่าคืนนี้เป็นเกมที่ยากลำบาก หากคุณมีวันเช่นนั้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ จากนั้นคุณได้รับหนึ่งคะแนนที่เวสต์แฮม สำหรับผม นั่นเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ"

อย่างไรก็ตามจากผลการแข่งขันดังกล่าว ซึ่ง ลิเวอร์พูล ที่ถือว่าสะดุดมา 2 เกม ติดต่อกัน ถึงแม้จะไม่ได้แพ้ แต่ก็ถือว่าพลาดโอกาสทองไปไม่น้อยที่จะทำแต้มทิ้งห่างกับ อันดับสอง เนื่องแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้พลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ สาลิกาดง นิวคลาสเซิล 1-2 ก่อนที่จะเรียกความมั่นใจมาได้ ด้วยการเอาชนะ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล 3-1 

 

 


ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Liverpool FC, Liverpool Thailand Fanclub - LTF