เปิดแผน!!! "อัจฉริยะ" แฉ "คดีน้องหญิง" ตำรวจรีบจบ สรุปเหตุโดดรถ คาดวิน-วินทั้งสองฝ่าย แต่ญาติไม่เล่นด้วย!!!

Publish 2018-08-02 11:58:57


จากกรณีที่ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ หญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตปริศนาหลังจากไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.อยุธยา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัย คือ นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ อายุ 23 ปี คนขับรถเทรลเลอร์ ในความผิดฐาน “หน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ซึ่งขณะที่ถูกฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น



ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ในรายการต่างคนต่างคิด นายอัจฉริยะ กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องของหลักฐานทางคดี แม้ไม่เจอค้อนที่เป็นหลักฐาน แต่ก็บอกได้ว่าน้องหญิงและนายอ๊อฟอยู่ที่เดียวกัน เพราะสัญญาณโทรศัพท์ของหญิง และจีพีเอสรถเทรลเลอร์ อยู่ตำแหน่งเดียวกัน  และยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากการตายของน้องหญิง ซึ่งทำให้ตนมั่นใจว่านายอ๊อฟเป็นคนทำร้ายน้องหญิง เพราะนายอ๊อฟอยู่กับน้องหญิงเป็นคนสุดท้าย โดยตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐาน เชื่อมให้ถึงนายท็อป แฟนของ น.ส.เป็ด ด้วย ทั้งนี้ เรื่องเสื้อของน้องหญิงที่หายไปในวันเกิดเหตุ ไม่มีผลกับคดี เพราะแพทย์ได้เก็บรายละเอียดร่างกายไว้แล้ว ซึ่งคดีนี้นายอ๊อฟไม่มีทางรอด ต้องโทษประหารชีวิตอย่างเดียว
 

 

 

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า วันที่ 19 ก.ค. 61 เวลา 23.00 น. พนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนเท็จ ที่มีการไปคุมตัวนายอ๊อฟ และรถเทรลเลอร์มาตรวจสอบแล้ว แต่ตรวจจริงคือวันที่ 28 ก.ค. 61 ตอนที่เริ่มเป็นข่าวดัง ซึ่งถ้าไม่มีสื่อฯ ลงพื้นที่ ตำรวจก็จะไม่ทำคดี จะลงบันทึกว่าเป็นอุบัติเหตุ และให้ญาติได้รับเงินเยียวยาจากบริษัทประกัน เพื่อจะญาติได้ผลประโยชน์จากการตายของน้องหญิงและสมประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ตนรับไม่ได้ และเป็นตายอย่างอำมหิต ตนจึงคิดว่าตำรวจควรสนใจกว่านี้

 

 

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากถึงวัยรุ่นว่า เมื่อไปร้านเหล้า ก็มีโอกาสที่จะเมาและถูกล่วงละเมิดสูง และอยากฝากถึงตำรวจด้วยว่า ต้องมีหน้าที่บริหารโรงพักและดูแลประชาชน แต่เมื่อไม่สนใจประชาชน ก็ไม่ควรเป็นตำรวจ ควรไปเป็น รปภ. และอยากฝากบอกประชาชนว่า หากเกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเอง ต้องอย่ากลัว ถ้าตำรวจไม่ทำให้ ก็ต้องไปเรียกร้องหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่า และเรียกร้องสื่อฯ ทั้งนี้ ตนคิดว่าตำรวจที่ดี ต้องมีมากกว่าตำรวจที่ไม่ดี



นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ให้สัมภาษณ์หลังจบรายการว่า ขณะนี้การดำเนินงานเรื่องการหาหลักฐานและพยานต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว ทั้งคลิป หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ พิกัดโทรศัพท์มือถือ โดยหลักฐานทั้งหมดมีความชัดเจน ซึ่งได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าหลักฐานทั้งหมดเป็นของจริงหรือไม่

 

 

นายอัจฉริยะ ระบุว่า ในฐานะที่ตนเข้ามาช่วยเหลือหาความจริง ซึ่งตั้งแต่แรกตนมองว่าสิ่งที่ผู้ตายถูกกระทำไม่ใช่อุบัติเหตุ และตนมองว่าผู้ตายอายุเพียง 19 ปี เป็นผู้หญิง ก็เปรียบเสมือนลูกสาวตน หากเป็นลูกสาวที่จะต้องมาเจอเรื่องราวเช่นนี้ ซึ่งเด็กวัย 19 ปี ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ผิดมนุษย์ เหตุใดตำรวจจึงไม่ให้ความสนใจ  และหลังจากนี้ ตนจะดำเนินการฟ้องผู้กำกับ สภ.บางปะอิน พร้อมกับพวก ในความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 157 ซึ่งขณะนี้ ถูกโยกย้ายไปช่วยราชการอยู่ ตนรู้ดีว่าหลังจากนี้ ผู้กำกับก็คงจะกลับมารับหน้าที่เช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ตนมีความสบายใจขึ้น และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ดำเนินการในคดีนี้ โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็จะสามารถคลี่คลายคดีได้

 

 

ขอบคุณ รายการทุบโต๊ะข่าว , ต่างคนต่างคิด อัมรินทร์ทีวี HD34