"กรมป่าไม้" จัดประชุมทุกภาคส่วน หวังสร้างความเข้าใจ พ.ร.บ.ป่าชุมชน ขยายป่า-ลดความขัดแย้ง!!!

Publish 2018-07-19 16:25:17


เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ เรื่อง สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องป่าชุมชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “ร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้าง กติกาชุมชน”

เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อนโยบายเร่งขยายป่าชุมชนของรัฐบาลและสร้างความรับรู้เรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าชุมชน พ.ศ. .... รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม ที่โรงแรมนาวาด้า คอนเวนชั่นโฮเทล จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รองปลัดทส. รักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานเปิดประชุม ซึ่งมี ผู้บริหารทส. หน่วยงานภายในสังกัด ผู้แทนคณะกรรมการป่าชุมชุมจังหวัด คณะกรรมนโยบายป่าชุมชนในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการจากสถาบันศึกษา นักกฎหมาย องค์กรเอกชนและผู้แทนภาคประชาชน ร่วมงานประชุม 

 


 



น.ส.สุทธิลักษณ์ กล่าวว่า ภายหลังทส.พยายามผลักดันร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน กระทั่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมจนสำเร็จ ขณะนี้ ร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน อยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายก่อนประกาศบังคับใช้ ประกอบกับนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติไว้ชัดเจน

 

 

ตามข้อ 9 คือ การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยระยะเฉพาะหน้าให้เร่งขยายป่าชุมชน พร้อมสนับสนุนงบประมาณปี 2561 เพื่อจัดตั้งป่าชุมชน 4,000 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายจัดตั้งป่าชุมชนให้ครบ 21,850 หมู่บ้าน หรือพื้นที่ประมาณ 19.1 ล้านไร่ให้ได้ ภายในปี 2563

 

 

ปัจจุบันผลดำเนินการจัดตั้งป่าชุมชนเพิ่มขึ้นเป็น 11,114 หมู่บ้านหรือพื้นที่ 6.08 ไร่แล้ว ดังนั้น พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมอบนโยบายให้กรมป่าไม้ สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน แก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยจัดประชุมเชิงปฎิบัติการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องป่าชุมชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เข้ามา “ร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้าง กติกาชุมชน” พร้อมเปิดโอกาสให้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุม 

 



น.ส.สุทธิลักษณ์ กล่าวอีกว่า สาระสำคัญของพ.ร.บ.ป่าชุมชน คือ มีกฎหมายเฉพาะทำให้คล่องตัวในการจัดการป่าชุมชน สามารถขยายการจัดตั้งป่าชุมชนเพิ่มมากขึ้นนำไปสู่ป่าร้อยละ 40 คณะกรรมการป่าชุมชนสามารถดูแลป่าชุมชนโดยมีกฎหมายรองรับ เพิ่มรายได้ครัวเรือน ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และประชาชนที่ดูแลป่าได้รับสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากป่าตามกฎหมาย

ซึ่งปัญหาการดำเนินงานป่าชุมชนปัจจุบัน จะพบว่าด้านการจัดตั้งป่าชุมชนนั้น ผู้ได้รับอนุญาตโครงการป่าชุมชนตามกฎหมาย คือ พนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนคณะกรรมการป่าชุมชนเป็นผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนโครงการป่าชุมชนเองมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดต่ออายุโครงการ ทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการจัดตั้งป่าชุมชน ส่วนด้านบริหารจัดการป่าชุมชนเองพบไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้ประชาชนที่ร่วมดูแลป่าไม่สามารถใช้ประโยชน์ป่าได้ เกิดความแคลงใจกับเจ้าหน้าที่รัฐ ท้ายสุดขาดแรงจูงใจในการให้ความร่วมมือกับรัฐ

 

 

“ขณะที่ การใช้กฎหมายเดิมที่มีอยู่นั้นมีข้อจำกัดหลายประการและไม่ได้เปิดโอกาสในเรื่องสิทธิที่เป็นธรรมในการบริหารจัดการป่า เช่น สิทธิการใช้และพัฒนาแหล่งน้ำจากป่าชุมชนเพื่อการอุปโภคและบริโภค รวมถึง การตีความของกฎหมายป่าไม้นั้นมีข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและชุมชน จึงคาดหวังให้การประชุมครั้งนี้สร้างความรับรู้และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด” น.ส.สุทธิลักษณ์ กล่าว

 


 






ข่าวที่เกี่ยวข้อง