คนดีถูกรังแก!! เปิดเบื้องหลัง "พงศ์พร" โดนหนัก ขบวนการห่มเหลือง เปิดเกมส์สางแค้นคดี"เงินทอนวัด" รุกหนักหาช่องเอาผิดสารพัดแกล้ง!??

Publish 2018-05-08 15:30:41


ไม่ได้เงียบหายไปอย่างสิ้นเชิงกับประเด็นร้อนว่าด้วยเหตุสืบเนื่องจากการที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ได้รับการร้องทุกข์จาก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษพระเถระชั้นผู้ใหญ่ อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดว่าด้วยการทุจริต เงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม ตามรายละเอียดนำเสนอไปก่อนหน้า ประกอบด้วย 1. พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2. พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. 3. พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4. พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ 5. พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ



ยิ่งโดยเฉพาะกับพระโอวาทของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก   ในการประชุมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ ตามมติมหาเถรสมาคมครั้งที่  7/2561  ความสำคัญตอนหนึ่งว่า  "อันที่จริง ท่านเจ้าคณะพระสังฆาธิการที่มาประชุมพร้อมเพรียงกันที่นี้ ย่อมทราบดีว่าท่านเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

 

 

 
ในกฎหมายของบ้านเมืองนั้น ถ้าบุคคลใดมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ก็ย่อมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน คือถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุคคลผู้เป็นเจ้าพนักงานก็ย่อมต้องได้รับผลร้ายตามกฎหมายของบ้านเมืองอย่างไม่มียกเว้น กฎหมายนั้นนับเป็นบรรทัดฐานที่หนักที่สุดของสังคม ถ้าไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืน ก็ต้องได้รับโทษตามบทบัญญัติ

 

 
ในขณะเดียวกัน เราทั้งหลายก็ล้วนเป็นบรรพชิต ยังมีบรรทัดฐานอีกระดับหนึ่งที่เรียกว่า "พระธรรมวินัย"  คอยกำกับความประพฤติไว้ พระภิกษุสามเณรนั้น ถ้าดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัยได้ ก็ไม่ต้องไปวิตกกังวลใดๆ เลยว่ากฎหมายบ้านเมืองจะมาส่งผลร้ายอะไรแก่ตัวท่าน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงวางระเบียบแบบแผนการวางตนของบรรพชิต ทั้งในฐานะที่เป็นปัจเจกบุคคล และในฐานะที่จะมีความสัมพันธ์กันในหมู่คณะที่เรียกว่าคณะสงฆ์ ไว้อย่างครบถ้วนงดงามทุกสถานแล้ว.."



อย่างไรก็ตามมีรายงานลับระบุว่าในการประชุมพระสังฆาธิการดังกล่าว  "พ.ต.ท.พงศ์พร"  ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากมายจากการทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการ สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ  โดยเฉพาะการกลั่้นแกล้งไม่นำส่งคำกล่าวทูลถวายรายงานต่อสมเด็จพระสังฆราชฉบับที่มีการเตรียมไว้ล่วงหน้า   แต่เจ้าหน้าที่พศ.กลับใช้การนำส่งเอกสารฉบับเดียวกับที่มอบให้นายสุวพันธ์  ตันยุวรรธนะ  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาให้อ่านซ้ำ   จากนั้่น 1 ใน 3 พระเถระระดับพระพรหม  ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรับรองความประพฤติของ "พระธัมมชโย"  ไม่อาบัติปาราชิก รวมถึงยังมีรายชื่ออยู่ในผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดว่าด้วยการทุจริตเงินทอนวัด  ได้ให้ข้อมูลในเชิงตำหนิพ.ต.ท.พงศ์พรอย่างรุนแรงต่อสื่อมวลชน  

 

 


ไม่เท่านั้นรายงานลับระบุว่าหลังจาก   นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ   ผู้ประสานงานองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา (อสคพ.)  ซึ่งเคยเคลื่อนไหวฟ้องร้อง"หลวงปู่พุทธะอิสระ" จะเดินเกมส์โจมตีพ.ต.ท.พงศ์พร  ได้ยืนหนังสือให้ตรวจสอบเพื่อเอาผิดพ.ต.ท.พงศ์พร  ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ  กรณีได้รับอนุมัติเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานของ นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยาของ พ.ต.ท.พงศ์พร    ในสถานะข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ  ภายใต้งบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระหว่าง 29 มี.ค.-5 เม.ย.2561  ทั้งที่โครงการดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ   รวมถึงยังมีการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายงบประมาณตามระเบียบราชการอย่างถูกต้อง 

 

 


หลังจากนี้คณะบุคคลทั้งคณะสงฆ์และฆราวาสซึ่งเกี่ยวพันกับการถูกพ.ต.ท.พงศ์พรฟ้องร้องดำเนินคดีเรื่องเงินทอนวัด  ยังมีแผนการสร้างข่าวโจมตีพ.ต.ท.พงศ์พรอย่างต่อเนื่อง  ทั้งประเด็นส่วนตัวของภรรยาพ.ต.ท.พงศ์พรและการปฏิบัติหน้าที่ของพ.ต.ท.พงศ์พร ในขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  ว่าด้วยเงินสินบนรางวัลนำจับคดีการปราบปรามบริษัทเหล็กเส้นรายใหญ่แห่งหนึ่ง  จนทำให้พ.ต.ท.พงศ์พรถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรในขณะนั้น 


เรียบเรียงโดย : ศิริพงษ์ หนูแก้ว






ข่าวที่เกี่ยวข้อง